แม้ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำ จะร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบ 8 เดือน แต่มุมมองของนักวิเคราะห์จาก Wall Street ผ่านการสำรวจ Kitco News Weekly Gold  ยังเชื่อว่าการเทขายอาจจะยังไม่จบลง

ในสัปดาห์นี้มีนักวิเคราะห์จาก Wall Street ทั้งหมด 13 คนเข้าร่วมในการสำรวจ  โดย 8 คนหรือ 61.5% ยังเชื่อว่าทองคำยังเป็นขาลง อีก 3 คนหรือ 23% มองว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้น ที่เหลือ 2 คน คาดว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

ส่วนนักลงทุนที่ร่วมตอบแบบสอบถามทางออนไลน์ มีทั้งสิ้น 669 คน โดย 351 คนหรือ 52.5% คาดวาราคาทองคำจะปรับตัวเพิ่มขึ้น  อีก 223 หรือ 33.3% คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะร่วงลง  ที่เหลืออีก  95 คน หรือ  14.2% เห็นว่าราคาจะขยับไซด์เวย์

ทั้งนี้ผลสำรวจในสัปดาห์ที่ผ่านมา( อ่านผลสำรวจในสัปดาห์ที่ผ่านมา..) นักวิเคราะห์มองว่าราคาทองคำจะลดลลง ขณะที่สัดส่วนของนักลงทุนทั่วไป ที่ให้ระหว่างราคาทองคำจะปรับตัวเพิ่มขึ้นกับลดลงอยู่ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน

ทั้งนี้ในสัปดาห์นี้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างชี้ตรงกันว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มจะลงไปทดสอบที่ระดับ 1,700 ดอลลาร์ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าแนวรับดังกล่าวจะเอาอยู่หรือไม่ และยังมีนักวิเคราะห์จากบางสำนักมองไปถึงว่าราคาทองคำอาจจะลดลงไปแตะระดับ 1,500 ดอลลาร์

อย่างไรก็ดีแม้ว่าเสียงส่วนใหญ่จะเห็นว่าราคาทองคำอยู่ในช่วงขาลง แต่ก็ยังมีนักวิเคราะห์บางรายที่เห็นต่างๆ พร้อมชี้ไปว่าราคาทองคำจะสูงขึ้น เนื่องจากตลาดตราสารทุน เริ่มได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของบอนด์ยีลด์ และอาจจะทำให้เม็ดเงินบางส่วนไหลกลับเข้าทองคำ

ขณะที่มุมมองของผู้บริหารบริษัทค้าทองคำในประเทศไทย นายธีรรัฐ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด ได้ให้ความเห็นกับ GoldAround.com ว่า ราคาทองคำที่ลดลงมาแรงเป็นเพราะบอนด์ยีลด์ได้ปรับตัวขึ้นมามาก จากช่วงต้นปีอยู่ที่ระดับ 0.8% มาแตะที่ 1.5% แต่ยังถือว่าโชคดีที่ในช่วงท้ายตลาดของสัปดาห์ที่ผ่านมา บอนด์ยีลด์ลดลงมาแตะที่ระดับ 1.4 % มิฉะนั้นอาจจะเห็นราคาทองคำร่วงลงมากกว่านี้ และเชื่อว่าราคาทองคำจะยังได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ราคาทองคำร่วงหลุดแนว 1,760-1,765 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวของ FIBO 50 ทำให้ภาพรวมดูไม่ดี

นายธีรรัฐ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด

ทั้งนี้ ในระยะสั้นคาดว่าราคาทองคำอาจจะมีแรงรีบาวด์ทำให้ขึ้นไปแตะ 1,740 ดอลลาร์ ก่อนที่อาจจะปรับลดลงมาอีก และอาจจะได้เห็นราคาทองคำลงไปแตะระดับ 1,680 ดอลลาร์ เพราะ ฉะนั้นการลงทุนในช่วงนี้แนะนำให้เป็น Short ตามเทรนด์ของราคาทองคำ แต่ที่สำคัญจะต้องตั้ง Stop loss (SL) ทุกครั้ง เพราะป้องกันราคาดีดกลับ

ทั้งนี้แม้ว่านักวิเคราะห์หลายคนมองว่า ราคาทองคำเริ่มเป็นขาลงหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัส โควิด -19 ดีขึ้น จะทำให้การฟื้นตัวของศก.กลับมาได้ แต่ตนยังมองว่า”เงินเฟ้อ” จะเป็นปัญหาใหญ่ที่กำลังจะมาในเร็วๆ นี้ และอาจจะเป็นเงินเฟ้อที่รุนแรงมากครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งสิ่งที่ FED กำลังกังวลในขณะนี้คือเรื่องของ “ไฮเปอร์ อินเฟรชั่น” ซึ่งจะต้องดูว่าหลังจากนี้ เฟดจะมีมาตรการในการควบคุมอย่างไร อาจจะหมายถึงการขยับขึ้นดอกเบี้ยก็เป็นได้

“เมื่อราคาทองคำได้ลดลงไปถึงจุดต่ำสุด เราอาจจะได้เห็นการดีดตัวแรงกลับขึ้นมา คล้ายกับเมื่อปีที่ผ่านมา ที่ราคาในเดือนมีนาคมลดลงไปแตะ 1,450 ดอลลาร์ ก่อนจะดีดแรงมาแตะ 1,600 ดอลลาร์ในเดือนถัดมา และพุ่งแตะ 2,075 ดอลลาร์ซึ่งเป็นจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนสิงหาคม และในครั้งนี้ยังมองว่าราคาทองคำคงไม่ขึ้นไปแตะระดับ สูงกว่า 1,900 ดอลลาร์ หรือขึ้นไปแตะ 2,000 ดอลลาร์ ในเร็วๆนี้ โดยอาจจะต้องใช้เวลาอีก 4-6 เดือนเป็นอย่างน้อย” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด กล่าว

ด้านศูนย์วิจัยทองคำ เผยประเด็นที่ต้องจับตามองในช่วงนี้ คือ ปัจจัยที่ต้องติดตาม การประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ในวันที่ 4 มี.ค โดยคาดว่าจะมีมติผ่อนคลายมาตรการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันหลังเดือน เม.ย. 64 เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันได้ฟื้นตัวขึ้น

นอกจากนั้นยังให้ตืดตามการรายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ เดือน ก.พ.64 เช่น รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง, อัตราการว่างงาน, ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร

CR : Kitco News

CR :GoldAround.com

CR :GoldResearchCenter

ขอบคุณภาพ : MTS Gold