ราคาทองคำเมื่อวานนี้ ได้ฟื้นตัวขึ้นมาทดสอบแนวต้านแถว 1,760 ดอลลาร์ แต่ก็ไม่ผ่านก่อนจะถูกเทกลับลงมาอีกครั้ง ซึ่งในทางเทคนิคแล้วถือว่าเป็นภาพที่ไม่สู้ดี และมีโอกาสที่ราคาจะลงกลับไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หรือจะลงลึกกว่านั้น แม้ว่าบอนด์ยีลด์ จะลดลงมาแล้วก็ตาม

นางสาว ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนฟิวเจอร์ส จำกัด หรือ YLG ได้กล่าวกับ GoldKub.com ถึงแนวโน้มราคาทองคำระยะสั้นว่า ราคาทองคำเกิดการรีบาวด์กลับ หลังจากปรับตัวลดลงแรงจนกระทั่งราคาอยู่ในภาวะขายมากเกินไป(Oversold) ขณะที่ในระยะกลางราคายังเคลื่อนไหวในแบบ Sideway Down (Trend line สีแดง)

สำหรับกลยุทธ์ในการลงทุน แนะนำให้แบ่งทองคำออกขายหากราคาไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือโซนแนวต้านแรกบริเวณ 1,776-1,754 ดอลลาร์ หรือ 25,450-25,150 บาทต่อบาททองคำ แต่หากผ่านได้อาจถือต่อเพื่อรอขายบริเวณแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,795 ดอลลาร์ หรือ 25,750 บาทต่อบาททองคำ แล้วรอการอ่อนตัวลงของราคาจึงเข้าซื้อ แต่หากราคาย่อตัวไม่หลุดบริเวณ 1,730-1,717 ดอลลาร์ หรือ 24,800-24,600 บาทต่อบาททองคำ โดยสถานะซื้อตัดขาดทุนหากราคาหลุด 1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วชะลอการเข้าซื้อออกไปยังแนวรับถัดไปบริเวณ 1,703 ดอลลาร์ หรือ 24,400 บาทต่อบาททองคำ

นางสาว ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนฟิวเจอร์ส จำกัด หรือ YLG

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG ได้ชี้ถึงประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษในช่วงนี้ว่า จะเป็นการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐได้แก่ การจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน การจ้างงาน ภาคเอกชน ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนก.พ. และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนม.ค.

นอกจากนั้นยังต้องจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด เกี่ยวกับเศรษฐกิจในงานออนไลน์ที่จัดโดย Wall Street Journal ในวันช่วงกลางดึกของคืนวันพฤหัสต่อเนื่องไปจนถึงวันศุกร์ รวมถึงเจ้าหน้าที่เฟดคนอื่นๆ ที่มีกำหนดจะแถลงการณ์ในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะแนวทางการสกัดความร้อนแรงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ