News Digest : ย่อยข่าวร้อนๆ ในแวดวงทองคำ ประจำวันที่ 11 พ.ค. 64 สถานการณ์ราคาทองคำยังดูดี โดยเมื่อวานนี้ราคาทองคำปิดตลาดบวกเพิ่ม พร้อมทะลุจุดสูงสุดเดิมสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงเทขายทำกำไรสลับออกมาต่อเนื่อง แต่ราคาทองคำยังคงยืน เหนือแนวรับ $1830 ได้ (ดูกราฟราคาทองคำ) อย่างไรก็ดีเมื่อราคาทองคำยังไม่สามารถทะลุแนว $1850 ไปได้ ทำให้ยังคงต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด แม้ว่าในช่วงนี้แลดูจะมีปัจจัยหนุนราคาทองคำเข้ามาต่อเนื่อง โดยเฉพาะทิศทางค่าเงินปอนด์ที่ดูดีขึ้นซึ่งกดดันดอลลาร์โดยตรง รวมถึงเรื่องของเงินเฟ้อที่มีกระแสรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่เรื่องของการจ้างงานที่สหรัฐ ซึ่งตัวเลขที่ประกาศออกมาในสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ดีอย่างที่คาดการณ์ ทำให้ต้องมาดูว่า “โจ ไบเดน” จะแก้ปัญหานี้อย่างไร เพราะแม้ว่าตลาดยังต้องการแรงงาน แต่กลับไม่มีแรงงานเข้าระบบ เพราะได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่หนุนให้ราคาทองขยับเพิ่มขึ้น

ไปดูมุมมองการเคลื่อนไหวของราคาทองคำจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ

ทาง SCT Gold มองว่า ราคาทองคำยังไม่ข้าม $1850 ราคาจึงพักออกข้าง รอปัจจัยหนุนใหม่ๆ โดยมีแนวรับสำคัญแถว $1810-20 เว้นแต่ใน 1-2 วันนี้จะมีข่าวมาเปลี่ยนพื้นฐานของทองและทองยืน $1800 ไม่ได้แบบนี้จะต้องระวัง  ส่วนกลยุทธ์การลงทุน หากราคาทองพักไม่ลงแรงยังแนะทางซื้อเมื่อย่อตัว และหนีถ้าหลุดแนวจิตวิทยา $1800 แต่หากราคาทองคำยังแกว่งออกข้างเหมือนสะสมพลังก็จะมีลุ้นขึ้นต่อไป $1875 และ1,900 ดอลลาร์ 

ด้าน GT Gold  มองว่า ราคาทองคำได้ขึ้นไปแตะ 1,845 ดอลลาร์แล้วย่อลงมาก  โดย RSI แกว่ง sideway down ในขณะที่ราคาทองคำแกว่ง sideway up และเส้น MA กำลังปรับขึ้นมาเป็นแนวรับที่ 1,825 ดอลลาร์ จึงคาดว่าจะเป็นการพักสั้นๆ เพื่อสะสมกำลังรอรอบใหม่ จึงคงมุมมองแนวโน้มราคาขึ้นสู่เป้าหมาย 1,875 ดอลลาร์ โดยกลยุทธ์การลงทุนวันนี้ยังคงซื้อ เก็งกำไร

ขณะที่ YLG  มองว่า ราคาทองคำพยายามทรงตัวเคลื่อนไหวในกรอบ จับตาโซนแนวรับ 1,820-1,815 ดอลลาร์ หากยืนได้ มีแนวโน้มขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,845-1,847 ดอลลาร์ แต่ถ้าไม่สามารถยืนได้จะเกิดแรงขายออกมา โดยมีแนวรับสำคัญอยู่บริเวณ 1,799 ดอลลาร์ อาจรอเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาใกล้โซนแนวรับ พร้อมตัดขาดทุนหากหลุด 1,799 ดอลลาร์ ทยอยปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไรหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้าน

ปิดท้ายที่ GCAP มองว่าราคาทองคำปิดตลาดบวกเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาราคาปรับตัวขึ้นมากแล้วให้ระวังแรงขายทำกำไร โดยนักลงทุน อาจรอตั้งรับ

ไปดูข่าวความเคลื่อนไหวอื่นๆ

ประธานเฟดสาขามินเนอาโพลิส ระบุตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงอ่อนแอมาก แม้ว่ายังมีตำแหน่งงานอยู่จำนวนมาก แต่การให้สวัสดิการแก่คนว่างงานทำให้ประชาชนไม่กระตือรือร้นที่จะกลับไปทำงาน พร้อมระบุการแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มชะลอตัวลง จะช่วยให้เศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 และจะเป็นปัจจัยหนุนตลาดแรงงานด้วย

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF เผยสัดส่วนสกุลเงินดอลลาร์ในทุนสำรองของแต่ละประเทศทั่วโลกลดลงมา 5 ปีติดต่อกัน ต่ำสุดในรอบ 25 ปี แต่ยังมีสัดส่วนเหนือกว่าเงินสกุลอื่น โดยอยู่ที่ 59% ในขณะที่เงินสกุลหลักอื่น ๆ เช่น ยูโร เยน มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในทุนสำรองระหว่างประเทศ

มีรายงานว่า คณะรัฐมนตรีอังกฤษ จะประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพิ่มเติมตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.เป็นต้นไป และเปิดให้มีการเดินทางระหว่างประเทศได้เป็นส่วนใหญ่ ถึงแม้ผู้ที่เดินทางมายังประเทศอังกฤษจะยังต้องกักตัวและเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก็ตาม

ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนในยูโรโซนพุ่งขึ้นในเดือนพ.ค.ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 21.0 จากระดับ 13.1 ในเดือนเม.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 14.0 แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2561 โดท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ หลังมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในวงกว้าง 

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดแข็งค่า ซึ่งเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากนักลงทุนลดคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ เฟด แต่ทั้งนี้เงินบาทยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในประเทศที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทย สำหรับ USD Futures เดือนมิ.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 31.0 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.25 บาท/ดอลลาร์

องค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ฯ ในเด็กอายุระหว่าง 12-15 ปีเป็นกรณีฉุกเฉินแล้ว ซึ่งจะช่วยให้การฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในสหรัฐมีขอบข่ายที่กว้างมากขึ้น แม้อัตราการฉีดวัคซีนในขณะนี้เริ่มชะลอตัวลงก็ตาม 

หมายเหตุ : เนื้อหาข้างต้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อ-ขาย หรือลงทุน หรือเป็นเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ และอาจะไม่สะท้อนถึงความเห็นของ GoldKUB.com ทั้งนี้ทีมงานไม่ยอมรับความผิดในความสูญเสีย และหรือ ความเสียหายที่เกิดจากการใช้ข้อมูลข้างต้น