ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย หลังมีการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเมษายน อยู่ที่ 0.8% ที่สูงเกินกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.2% เมื่อเทียบกับเดือน ก่อนที่เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น 0.6% และเพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบเป็นรายปีสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 ทำให้ราคาทองคำฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ล่าสุดราคาทองคำได้วิ่งมาทดสอบ $1843 หลังจากที่ช่วงเย็นราคาทองคำได้ลงไปแตะ $1821

อย่างไรก็ดีราคาทองคำยังไม่สามารถวิ่งผ่านแนวดังกล่าวไปได้ และถูกเทกลับลงมาแถว $1830 เนื่องจากดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ได้แข็งค่าขึ้น หลังจากที่ร่วงลงในวันอังคารโดยแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 เดือน โดยล่าสุดมาอยู่ที่ 90.248 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ก็ได้ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1.661%

ทั้งนี้ Jim Wyckoff จาก Kitco News มองว่าในทางเทคนิคแล้วโกลด์ฟิวเจอร์สในเดือนมิถุนายนมีความได้เปรียบในระยะสั้น โดยเป้าหมายของราคาจะอยู่ที่ 1,881 ดอลลาร์ แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นแนวต้านแรกจะอยู่ที่ 1,846 ดอลลาร์จากนั้นไปที่ 1,850 ดอลลาร์ มาดูในฝั่งแนวรับเริ่มจาก 1,817 ดอลลาร์ 1,800.00 ดอลลาร์ และสุดท้ายที่ 1,775.00 ดอลลาร์

ขณะที่ YLG มองว่า ราคาทองคำพยายามทดสอบกรอบราคาด้านบน 1,845-1,847 ดอลลาร์ หากไม่ผ่าน ระวังการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณ 1,820-1,817 ดอลลาร์ อย่างไรก็ดี หากราคาทะลุผ่านแนวต้านแรกได้ แนวต้านถัดไปจะอยู่ในโซน 1,860 ดอลลาร์

ด้าน Ausiris มองในเชิง Technical ว่า หลังราคาทองคำไม่สามารถทำ New High และยืนเหนือแนวต้าน 1,843 ดอลลาร์ได้ จึงมีแรงขายลงไปทำ Low ที่ 1,818 ดอลลาร์ ก่อนรีบาวน์กลับขึ้นมาเหนือ 1,830 ดอลลาร์ แม้ว่าเทรนด์หลักยังเป็นขาขึ้น แต่ในระยะสั้นคาดว่าราคามีโอกาสพักตัวสลับลงมาก่อน เพื่อวิ่งขึ้นต่อภายหลัง ตามกรอบ Channel ขาขึ้น แนะนำหาจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวเข้าใกล้โซนแนวรับ 1,818-1,813 ดอลลาร์ และทำการขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้าน 1,843 และ1,855 ดอลลาร์ เพื่อเก็งกำไรระยะสั้น

หมายเหตุ : เนื้อหาข้างต้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อ-ขาย หรือลงทุน หรือเป็นเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ และอาจะไม่สะท้อนถึงความเห็นของ GoldKUB.com ทั้งนี้ทีมงานไม่ยอมรับความผิดในความสูญเสีย และหรือ ความเสียหายที่เกิดจากการใช้ข้อมูลข้างต้น