News Digest : ย่อยข่าวร้อนๆ ในแวดวงทองคำ ประจำวันที่ 25 พ.ค. 64 ราคาทองคำวานนี้เคลื่อนไหวผันผวนกรอบ $1,875-1,887 โดยราคาทองคำยังสามารถขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ $1,890 ได้ ก่อนจะลงมาปิดตลาดที่ระดับ $1883 ได้ แต่ในช่วงเช้าที่ผ่านมา มีแรงขายออกมาทำให้ราคาร่วงลงแรงหลุดเส้น MA มาแตะแถว $1,872 (ดูกราฟราคาทองคำ)

ทั้งนี้ Gary Wagner จาก kitco.com ระบุว่า เมื่อมองทางด้านเทคนิค ราคาทองคำมีแนวรับที่แข็งแกร่งที่ $ 1849 (การแก้ไขปัจจุบันของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน) และ $ 1851 ที่ 61.8% Fibonacci retracement ขณะที่แนวต้านจะอยู่ที่  $1898 ดอลลาร์ซึ่งเป็นระดับ Fibonacci retracement 78% เหนือกว่านั้นคือแนวต้านระดับจิตวิทยาที่สำคัญที่ ระดับ 1,900 ดอลลาร์

ไปดูมุมมองการเคลื่อนไหวของราคาทองคำจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ

GT Gold  มองว่า เมื่อวานราคาทองคำแกว่งทรงตัว และยังไม่ขึ้นไปแตะระดับ 1,890 ดอลลาร์ จึงยังบอกไม่ได้ว่ามีโอกาสจะขึ้นหรือลงมากกว่ากัน แต่คงมุมมองว่ามีโอกาสจะทะลุ 1,900 ดอลลาร์ได้ ส่วนเมื่อในช่วงเช้าที่ผ่านมาราคาแกว่งหลุดเส้น MA เป็นสัญญาณเตือนทางลบ แต่รูปแบบการแกว่งมีความไม่แน่นอน จึงควรจับตาใกล้ชิดว่าจะออกจากกรอบไปในทางใด การลงทุนวันนี้ ซื้อเก็งกำไร ถ้าผ่าน 1,900 ดอลลาร์ไปได้ ให้ถือต่อ แต่ถ้าไม่ได้ให้ขายทิ้ง หรือ ทยอย ชอร์ต เมื่อหลุด 1,875 / 1,870 / 1,863 และ 1,858 ดอลลาร์

YLG  มองว่า วานนี้ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ทั้งนี้ หากราคายืนเหนือโซน 1,870-1,859 ดอลลาร์ได้อาจทำให้เห็นการดีดตัวขึ้นเพื่อพยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,900-1,906 ดอลลาร์ แต่หากยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงเพื่อสร้างฐานราคาอีกครั้ง การลงทุนวันนี้รอจังหวะการอ่อนตัวลงของราคาบริเวณโซน 1,870-1,859 ดอลลาร์ จึงค่อยเข้าซื้อ หรือ หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,900-1,906 ดอลลาร์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

SCT Gold :  เมื่อวานนี้ภาพรวมกราฟทองคำรายชั่วโมงราคาแกว่งเป็นกรอบสามเหลี่ยมรอทะลุ  คาดว่าราคาทองคำอาจจะผันผวน ปั่นป่วนโดยในช่วง 2-3 วันจากนี้เพราะมีตัวเลขทยอยประกาศทุกวัน คำแนะนำยังเน้นทางซื้อเล่นสั้น เพราะค่าเงินสหรัฐฯยังอ่อนค่าและต่ำสุดในรอบ4เดือน กลยุทธ์ : เล่นสั้นทางซื้อช่วงย่อตัวและหนีถ้าราคาต่ำกว่า $1850 โดยแนวที่น่าเข้าซื้อควรจะเป็น $1875-1860 เพื่อรอขาย $1900-20 ส่วนนักลงทุนระยะกลางซื้อได้แต่ต้องระวังและมีวินัยการตัดขาดทุน เพราะราคาทองขึ้นมาในเฟสท้ายของการขึ้น และค่าเงินสหรัฐฯเริ่มชะลอการลง คาดว่าในกลางเดือนหน้าที่เฟดมีประชุมใหญ่อาจจะเห็นท่าทีเฟดเปลี่ยนไปบ้างในการลดวงเงิน

ไปดูข่าวความเคลื่อนไหวอื่นๆ

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา SPDR ได้ซื้อทองคำเข้า ประมาณ 3.20 ตัน ที่ราคา 1,881 ดอลลาร์ เป็นการซื้อเข้าติดกัน 3 วันทำการ รวมเกือบ 15 ตัน ทำให้ในเดือน พ.ค.นี้ SPDR ซื้อทองคำเพิ่มขึ้นเกือบ 30 ตัน และปีนี้เหลือยอดติดลบประมาณ 132 ตัน ขณะที่ยอดถือครองทองคำของ SPDR รวม 1,046.12 ตัน  (อ่านรายละเอียด SPDR ก่อนหน้านี้)   

หลังจากที่รัฐบาลจีนประกาศว่าจะกวาดล้างการทำเหมืองขุดบิตคอยน์ รวมทั้งควบคุมพฤติกรรมการซื้อขายของนักลงทุนเพื่อป้องกันมิให้ความเสี่ยง ทำให้บริษัทผู้ให้บริการขุดเหรียญคริปโตฯ ในจีน อาทิ Huobi Mall และ BTC.TOP ประกาศระงับการดำเนินงาน โดย Huobi Mall ระบุได้ตัดสินใจระงับธุรกิจที่อยู่ในการดูแลทั้งหมด และกำลังติดต่อผู้ให้บริการในต่างประเทศเพื่อปูทางสำหรับการส่งออกแท่นขุดเจาะในอนาคต ส่วน BTC.TOP เผยในอนาคต BTC.TOP จะดำเนินธุรกิจขุดคริปโตในอเมริกาเหนือเป็นหลัก และในระยะยาว แท่นขุดเจาะคริปโตของจีนเกือบทั้งหมดจะถูกขายไปต่างประเทศ

สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. เมื่อคืนนี้ปิดที่ 1,884.5 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7.8 ดอลลาร์ หรือ 0.42% ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. 2564 ปัจจัยหนุนมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 1.608% และดัชนีดอลลาร์ ร่วงแตะ 89.84 ลดลง 0.19%  อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เตือนว่าราคาทองกำลังเข้าสู่ภาวะ “over bought” และส่งสัญญาณปรับฐานทางเทคนิค หลังจากที่ดีดตัวติดต่อกัน 7 วันทำการ

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดแข็งค่าขึ้น หลังเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง แต่เงินบาทยังได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ในประเทศ สำหรับ USD Futures เดือนมิ.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 31.20 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.40 บาท/ดอลลาร์

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เปิดเผยว่า ดัชนี Chicago Fed National Activity Index (CFNAI) ปรับตัวลงสู่ระดับ 0.24 ในเดือนเม.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.20 จากระดับ 1.71 ในเดือน มี.ค. หลังมีการปรับตัวลงของการบริโภคและการจ้างงานชะลอตัวลง ทั้งนี้ดัชนี CFNAI ถือเป็นตัวชี้วัดที่ดีที่สุดในการประเมินความเสี่ยงในการเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐ หากมีค่าเป็นบวกจะบ่งชี้ถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจที่สูงกว่าแนวโน้ม หากเป็นลบชี้ถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าแนวโน้ม

รัฐบาลอังกฤษเตรียมยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์เพื่อปลดล็อกเศรษฐกิจ หลังวัคซีนป้องกันโควิด-19 มีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ที่น่ากังวล ขณะที่กระทรวงการต่าง ประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์แนะนำไม่ให้ชาวอเมริกันเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19 โดยสหรัฐได้ยกระดับการเตือนภัยด้านการเดินทางไปยังญี่ปุ่นขึ้นสู่ระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ก่อนที่การจัดงานแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิกจะเกิดขึ้นในอีกเพียง 2 เดือนข้างหน้านี้

มีรายงานว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจากโควิด-19 โดยเฉลี่ยของสหรัฐฯ ลดลงอยู่ในระดับไม่ถึง 30,000 รายต่อวันในสัปดาห์นี้ และมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยในรอบเจ็ดวันอยู่ที่ 552 คนต่อวัน ทำให้หลายรัฐได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมต่างๆ และผู้คนเริ่มกลับไปใช้ชีวิตแบบเกือบปกติ เช่นมีการสวมกอด ถอดหน้ากาก และมีกิจกรรมจัดงานซึ่งมีการรวมตัวของผู้คนจำนวนมาก  แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเตือนว่า อัตราการรับวัคซีนในบางพื้นที่ซึ่งยังต่ำอยู่มากอาจทำให้มีการระบาดครั้งใหม่และเป็นโอกาสที่เชื้อจะกลายพันธุ์ได้ 

ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่น่าติดตามในวันนี้ เยอรมนีเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1 (ประมาณการครั้งสุดท้าย), สหรัฐเปิดเผยดัชนีดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค.จาก Conference Board

หมายเหตุ : เนื้อหาข้างต้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อ-ขาย หรือลงทุน หรือเป็นเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ และอาจะไม่สะท้อนถึงความเห็นของ GoldKUB.com ทั้งนี้ทีมงานไม่ยอมรับความผิดในความสูญเสีย และหรือ ความเสียหายที่เกิดจากการใช้ข้อมูลข้างต้น