หลังจากที่เมื่อช่วงต้นปีราคาทองคำได้ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 1,959 ดอลลาร์ จากนั้นราคาทองคำได้ดิ่งลงต่อเนื่องจนไปแตะจุดต่ำสุด ที่ 1,676 ดอลลาร์ในช่วงเดือนมีนาคม ก่อนจะเริ่มปรับตัวขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะกลับมายืนเหนือ 1,900 ดอลลาร์ได้อีกครั้งในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพ.ค.

ราคาทองคำได้แรงหนุนทั้งเชิงเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน ทำให้ราคาทองคำในเดือน พ.ค. มีแนวโน้มจะปิดตลาดในแดนบวกเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงปัจจุบัน ( 31 พ.ค. 2021 เวลา 10.50 น.ตามเวลาไทย) ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น 139 ดอลลาร์ หรือ +7.89% จากราคาเปิดเดือนพ.ค.ที่ 1,768.76 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สู่ระดับ1,908.32 ดอลลาร์”

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนฟิวเจอร์ส จำกัด หรือ YLG กล่าวกับGoldKUB.com

มาไล่เรียงรายละเอียดที่เกิดขึ้นในตลาดทองคำตลอดเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือน พ.ค. โดยได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย อาทิ การเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และข้อมูลอัตราการว่างงานเดือน เม.ย.ของสหรัฐ ที่ออกมาแย่กว่าคาดการณ์มาก

แม้ในระหว่างเดือน ราคาทองคำจะย่อตัวลงแรงแตะระดับ 1,808 ดอลลาร์ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) เดือนเม.ย. ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2008 ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนวิตกว่าเฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟด ย้ำจุดยืนเดิม ทำให้ราคาทองคำกลับมาได้รับแรงหนุน ผนวกรวมกับกองทุน SPDR ที่ถือทองคำในเดือน พ.ค.เพิ่มขึ้นรวม 26.17 ตัน สะท้อนกระแสเงินทุนที่ไหลกลับเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำ

ไม่เพียงเท่านั้น ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการดิ่งลงของราคาบิตคอยน์  (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม..) หลังจากเทสลาได้ตัดสินใจงดรับสกุลเงินบิตคอยน์ในการซื้อรถยนต์ของบริษัท  พร้อมกันนั้นรัฐบาลจีนสั่งห้ามไม่ให้สถาบันการเงินให้บริการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมสกุลเงินคริปโต  ขณะที่กระทรวงการคลังของสหรัฐออกมาตรการในการกวาดล้างตลาดสกุลเงินคริปโต  เป็นอีกปัจจัยช่วยให้กระแสเงินทุนบางส่วนไหลกลับเข้าสู่ตลาดทองคำอีกครั้ง  

อย่างไรก็ดี มีปัจจัยลบสลับเข้ามากดดัน หลัง FOMC Meeting Minutes ประจำวันที่ 27-28 เม.ย. บ่งชี้ว่ากรรมการเฟดส่วนหนึ่งได้เสนอให้เปิดอภิปรายเกี่ยวกับการปรับลดวงเงิน QE ส่งผลให้นักลงทุนระวังการไล่ซื้อทองคำ และกระตุ้นแรงขายทำกำไรในตลาดทองคำสลับออกมาบ้าง

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG กล่าวถึงโมเมนตั้มทางเทคนิคว่า เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่หนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้น โดยในเดือน พ.ค.ได้มีการพัฒนาการเชิงบวกต่อเนื่อง  ทำให้ทิศทางของราคาทองคำทั้งระยะสั้น-กลาง-ยาว  อยู่ในทิศทางขาขึ้น เนื่องจากราคาทองคำทะลุกรอบ Sideway (สีน้ำเงิน)  รวมถึงผ่าน Neckline ของรูปแบบ Double Bottom บริเวณ 1,758-1,760 ดอลลาร์ได้

ขณะที่ระยะกลางราคาทองคำสามารถ Breakout กรอบ Sideway Down (Downtrend Line สีแดง) ที่ดำเนินมาเป็นระยะเวลาเกือบ 9 เดือน และราคาทองคำขยับขึ้นมาเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น-กลาง-ยาว ทั้ง 10, 21, 50, 100 และ 200 วัน จึงสะท้อนมุมมองเชิงบวกได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณข้อมูล บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนฟิวเจอร์ส จำกัด หรือ YLG