หลังจากที่ราคาทองคำเดือน พ.ค. ได้ขยับเพิ่มขึ้น เกือบ 8% (อ่านรายละเอียด .. YLG ชี้ราคาทองคำเดือน พ.ค.สุดหรูทะยานขึ้นเกือบ 8% ) แต่นักวิเคราะห์หลายคน มองว่าการประการตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในวันศุกร์นี้ อาจจะเป็นตัวเร่งของราคาทองคำในครั้งต่อไป

เพราะเมื่อเดือนที่แล้วข้อมูลตลาดแรงงานทำให้ทุกคนประหลาดใจ เพราะตัวเลขการจ้างงานมีเพียง 266,000 ตำแหน่ง จากที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นราว 1 ล้านคน

Chris Weston head of research at Pepperstone กล่าวกับ Kitco news ว่า นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะมีการจ้างงาน ราว 645,000 ตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม แต่ยังไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED เปลี่ยนจุดยืนเกี่ยวกับนโยบายการเงินในปัจจุบัน โดยส่วนตัวมองว่าจะต้องมีการจ้างานใกล้เคียงกับ 1 ล้านตำแหน่ง

ซึ่งหากตัวเลขการจ้างงานออกมาแข็งแกร่งอาจกดดันราคาทองคำให้ลดลงได้ แต่ก็มองว่ามันเป็นโอกาสในการซื้อ ทั้งนี้ที่ผ่านมา FED ได้ระบุชัดเจนว่าได้ให้น้ำหนักกับตลาดแรงงานอย่างมาก ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนยโยบายใดๆ

ขณะที่ Commerzbank ธนาคารเพื่อการลงทุนของเยอรมัน ได้ระบุว่าความต้องการ ของ ETF ทองคำ ที่เพิ่มขึ้น เป็นอีกสาเหตุของการเพิ่มขึ้นของราคาทองคำ นอกจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี สหรัฐ ที่ลดลง ทำให้นักลงทุนหันมาหาทองคำมากขึ้นทั้งนี้ในเดือนที่ผ่านมา ETF ได้ซื้อทองคำเพิ่มขึ้นประมาณ 49 ตัน  สูงสุดตั้งแต่เดือนกันยายน 2563

ขณะที่การคาดการณ์เรื่องเงินเฟ้อที่สูงในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่ติดลบอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ความต้องการในหมู่นักลงทุน ETF ยังคงสูง ประกอบกับ FED ยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องการลด QE จึงทำให้ทองคำยังน่าสนใจ.

อย่างไรก็ดีอุปสรรคที่สำคัญของทองคำ ก็น่าจะเป็นเรื่องของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรหากมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นก็จะกดดันราคาทองคำในระยะสั้น ๆ เหมือนกับในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ทว่าตราบใดที่ผลตอบแทนยังคงต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ ก็ไม่น่าจะส่งผลต่อทองคำ

ดังนั้นจึงคาดว่าจะได้เห็นราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้”และขณะนี้ราคาทองคำก็มีทิศทางการเคลื่อนไหวเป็นขาขึ้น หลังได้ขยับขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,900 ดอลลาร์ได้

ทั้งนี้ในเดือนที่ผ่านมา SPDR GOLD SHARES กองทุนทองคำแท่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก  มียอดการซื้อทองคำเข้าเพิ่มขึ้น รวม 26.17 ตัน ถือเป็นการซื้อเข้ารายเดือนครั้งแรกในรอบ 7 เดือน

โดยก่อนหน้านี้ มียอดซื้อเข้าคือเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ที่ระดับ 17.39 ตัน และเป็นการซื้อเข้ารายเดือนมากสุดนับตั้งแต่เดือน กรกฎาคม ปีที่ผ่านมา ที่ซื้อเข้า 63.06 ตัน และปีนี้ เหลือยอดติดลบประมาณ 127.53 ตัน ขณะที่ยอดถือครองทองคำของ SPDR รวม 1,043.21 ตัน(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

นอกจากเรื่องการเคลื่อนไหว ของ  ETF ทองคำ อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ การดิ่งลงของราคา Bitcoin (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม..)  ซึ่งทาง Florian Grummes  managing director of Midas Touch Consulting กล่าวกับ Kitco news ว่า ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าทองคำจะมีประสิทธิภาพดีกว่า Bitcoin หลังราคาทองคำได้ทำลายแนวต้านที่สำคัญที่ 1,900 ดอลลาร์ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกถึง 1,950 ดอลลาร์

ขณะที่ Bitcoin จะยังคงมีความผันผวนต่อไป แม้ว่าขณะนี้ดัชนีชี้วัดจะระยว่าอยู่ในโซนที่ขายมากเกินไป แต่ Florian Grummes ยังเชื่อว่า Bitcoin จะกลับมาผงาดอีกครั้ง ภายในสิ้นปีนี้ และสินทรัพย์ทั้งสองทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล

หมายเหตุ : เนื้อหาข้างต้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อ-ขาย หรือลงทุน หรือเป็นเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ และอาจะไม่สะท้อนถึงความเห็นของ GoldKUB.com ทั้งนี้ทีมงานไม่ยอมรับความผิดในความสูญเสีย และหรือ ความเสียหายที่เกิดจากการใช้ข้อมูลข้างต้น