News Digest : ย่อยข่าวร้อนๆ ในแวดวงทองคำ ประจำวันที่ 1 มิ.ย. 64 เมื่อช่วงสายที่ผ่านมาราคาทองคำได้ขึ้นไปแตะ จุดสูงสุดใหม่ที่ 1,914 ดอลลาร์ ก่อนจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย แต่ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวเหนือ $1910 ได้ (ดูกราฟราคาทองคำ) ซึ่งนางสาว ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG มองว่าทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์นี้ยังคงเป็นบวก แต่อาจจะผันผวน และต้องระวังการพักตัวเนื่องจากราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาพอสมควรแล้ว  แต่ก็มองว่าจะเป็นโอกาสดีในการทยอยเข้าซื้อ พร้อมแบ่งขายทำกำไรเป็นระยะเพื่อลดความเสี่ยง

ปัจจัยพื้นฐานที่จะส่งผลต่อราคาทองคำ มาจาก 2 ประเด็นหลัก คือการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงานในวันศุกร์ นอกจากนั้นยังต้องติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด และถ้อยแถลงของประธานเฟด เนื่องจากเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมาพุ่งขึ้นแรง หากปธ.เฟด ยังยืนยันนโยบายเดิมจะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ แต่หากหนุนให้เริ่มหารือเกี่ยวกับการลด QE เร็วขึ้น หรือเร่งขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นปัจจัยกดดันทองคำ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

ส่วนภาพรวมราคาทองคำในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ได้แรงหนุนทั้งเชิงเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน ทำให้ราคาทองคำปิดตลาดในแดนบวกเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา 7.78% ขณะที่โมเมนตั้มทางเคนิคเดือนพ.ค.ได้พัฒนาขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ทิศทางราคาทองคำทั้งระยะสั้น -กลาง-ยาว  อยู่ในทิศทางขาขึ้น (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม..)

ไปดูมุมมองการเคลื่อนไหวของราคาทองคำจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ

GT Gold  มองว่า ราคาทองคำยืนระยะเหนือ 1,900 ดอลลาร์ทำรูปแบบ cup with handle เตรียมทะยานขึ้นรอบใหม่ โดยวันนี้คาดว่าราคาทองคำมีแนวโน้มเลือกทางออกจากกรอบแกว่งสะสมกำลังในช่วง 1,900-1,910 ดอลลาร์ จึงควรจับตาใกล้ชิด กลยุทธ์การลงทุน อยู่ ฝั่งซื้อ stop loss เมื่อหลุด 1,900 ดอลลาร์ ซื้อสวนหรือซื้อกลับได้ที่ 1,890 ดอลลาร์ และ follow buy เมื่อผ่าน 1,910 และ 1,915 ดอลลาร์  

YLG  แนะนำทำกำไรระยะสั้น โดยการเข้าซื้อมีแนวรับบริเวณ 1,901-1,886 ดอลลาร์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,886 ดอลลาร์) และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,927-1,943 ดอลลาร์

HuaSengHeng คาด แนวโน้มราคาทองคำเคลื่อนไหว Sideways up ในกรอบ 1,890-1,912 ดอลลาร์ ทั้งนี้ทองคำมีแนวต้าน 1,912 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไป 1,920 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับ 1,890 ดอลลาร์ และ 1,880 ดอลลาร์

ไปดูข่าวความเคลื่อนไหวอื่นๆ

  องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้ เป็น 5.8%จากที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนมี.ค.ที่ระดับ 5.6%  ส่วนปีหน้าอยู่ที่ 4.4% จากที่เคยคาดการณ์ที่  4%  หลังแนวโน้มเศรษฐกิจโลกเริ่มปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากหลายประเทศเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้อีกครั้ง นอกจากนี้ยัง ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ ขยายตัว 6.9% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 6.5% ส่วนปีหน้า คาดว่าขยายตัว 3.6% ลดลงจากระดับคาดการณ์เดือนมี.ค.ที่ 4.0%

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 31.15-31.30 บาท/ดอลลาร์ หลังเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเนื่องจากนักลงทุนรอติดตามการเปิดเผยการจ้างงานของสหรัฐเดือนพ.ค. สำหรับ USD Futures เดือนมิ.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 31.15 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.30 บาท/ดอลลาร์

สหภาพยุโรป (EU) วางแผนที่จะออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ในวงเงิน 7.50 แสนล้านยูโร (9.17 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยเบื้องต้นจะระดมเงินทุนด้วยการออกพันธบัตรมูลค่า 1 หมื่นล้านยูโร โดยมอบหมายให้ธนาคารพาณิชย์ในยุโรปและธนาคารระหว่างประเทศ รวมทั้งบริษัทหลักทรัพย์ เป็นผู้ดำเนินการ โดยจะให้อัตราดอกเบี้ยในระดับที่น่าพึงพอใจทั้งนี้ EU จะอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 1 แสนล้านยูโรเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจยุโรป เพื่อเป็นทุนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของบรรดาชาติสมาชิก EU

สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี เผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ในเดือนพ.ค.ปรับตัวขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 2.4%  หากเทียบเป็นรายเดือน ราคาผู้บริโภคเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 0.5% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 0.3%

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลอังกฤษ ระบุมีสัญญาณบ่งชี้ว่าสหราชอาณาจักรเข้าสู่ระยะแรกของการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ระลอกที่สาม และอย่างน้อยสามในสี่ของผู้ติดเชื้อเป็นสายพันธุ์อินเดีย พร้อมแนะนำให้เลื่อนแผนยกเลิกมาตรการ ล็อกดาวน์ในอังกฤษซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 21 มิ.ย. ออกไปก่อนอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์

หมายเหตุ : เนื้อหาข้างต้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อ-ขาย หรือลงทุน หรือเป็นเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ และอาจะไม่สะท้อนถึงความเห็นของ GoldKUB.com ทั้งนี้ทีมงานไม่ยอมรับความผิดในความสูญเสีย และหรือ ความเสียหายที่เกิดจากการใช้ข้อมูลข้างต้น