News Digest : ย่อยข่าวร้อนๆ ในแวดวงทองคำ ประจำวันที่ 11  มิ.ย. 64 ราคาทองคำเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้กลับขึ้นมาทดสอบ $1900 อีกรอบ ซึ่งที่ระดับ 1,903 ดอลลาร์ ดูเหมือนจะเป็นแนวรบสำคัญ เพราะก่อนหน้านี้ราคาทองคำได้เคยขึ้นมาทดสอบ 2 รอบ (อ่านข่าวความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ ..)

แต่ผ่านไม่ได้และถูกเทแรงลงมาแถว 1,880 ดอลลาร์ ซึ่งในรอบนี้จะต้องมาติดตามว่าทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำจะเป็นอย่างไร (ดูกราฟราคาทองคำ)

มาดูปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำดีดตัวกลับมา ก็คงจะเป็นตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งแรง แต่ครั้งนี้นักวิเคราะห์เห็นพ้องกับ FED ว่า เป็นแค่เงินเฟ้อชั่วคราว เพราะตัวเลขเงินเฟ้อเดือน พ.ค. ถูกบิดเบือนจากการเปรียบเทียบกับตัวเลขฐานที่ต่ำผิดปกติในปีที่แล้ว ซึ่งขณะนั้นราคาสินค้าได้ทรุดตัวลงโดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ทำให้ต้องจับตาว่าในการประชุม FOMC ในกลางสัปดาห์หน้า (17 มิ.ย.) Fed จะมีมติออกมาอย่างไร แต่หลายสำนักเชื่อ FED ยังคงดอกเบี้ยและมาตรการ QE แต่ต้องจับตาถ้อยแถลงประธาน Fed และความเห็นของคณะกรรมการว่ามีโอกาสจะปรับลดวงเงิน QE และขึ้นดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดเมื่อใด

ไปดูมุมมองการเคลื่อนไหวของราคาทองคำจากบริษัทค้าทองคำ และนักวิเคราะห์จากเว็ปไซด์ข่าวสารด้านการลงทุนจากในประเทศ

YLG แม้ว่าวานนี้ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นและแรงขายจะลดลง แต่แรงช้อนซื้อสลับเข้ามาก็ไม่มาก แต่หากราคาทองคำยืนเหนือ 1,903  ดอลลาร์ไม่ได้ อาจมีผลให้ราคาปรับตัวลงเพื่อแกว่งตัวสะสมแรงซื้อ เบื้องต้นหากอ่อนตัวลงของราคาไม่มาก หรือสามารถยืนเหนือ 1,873-1,869 ดอลลาร์ มีโอกาสเกิดแรงซื้อดันราคากลับขึ้นมาอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน เปิดสถานะซื้อเมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงมาใกล้ 1,873-1,869 ดอลลาร์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,869 ดอลลาร์) หรือหากรับความเสี่ยงได้ไม่มาก หรือ หากถือครองทองคำอยู่แล้วอาจเลือกชะลอการเข้าซื้อเพิ่ม

SCT Gold  ตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งสูงแต่คนขอสวัสดิการลดลง  ECB ยังคงนโยบาย QE ทั้งหมดทำให้ราคาทองพุ่งขึ้นแรง สาระสำคัญอยู่ที่ตราบใดราคาทองยังยืน $1900 ไม่ได้ จะยังเป็นการพักฐาน SIDEWAYS ต่อ รอการประชุม FOMC คืนพุธหน้า แต่ถ้าราคาทองคำปิดเหนือ $1900 ได้ราคาทองมีลุ้นเทสต์นิวไฮต่อไป

กลยุทธ์การลงทุน แนะทางซื้อทอง และถ้าราคายืน $1900 ได้ฝั่งชอร์ตอาจต้องปรับแผนเป็นทางซื้อ อย่างไรก็ตามถ้าราคาหมดพลังและปิดต่ำกว่า $1871 ถือว่าพักฐานต่อหรือ SIDEWAYS ให้เทรดตามการสวิงต่อไป

GT Gold  ราคาทองคำพุ่งขึ้นแรงหลังร่วงลงทดสอบเส้น MA และเส้นแนวโน้มขาขึ้นที่ 1,870 ดอลลาร์ จึงมีโอกาสจะทะลุ 1,900 ดอลลาร์ แต่ไม่มีนัยยะต่อการกำหนดทิศทางระยะถัดไป กรอบสวิงหลักยังคงอยู่ในช่วง 1,875-1,915 ดอลลาร์ตามเดิม

ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ราคาทองคำยืนเหนือเส้นขาลงที่เพิ่งปรับใหม่ และกำลังทดสอบช่วง 1,895-1,900 ดอลลาร์ ซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นฐานส่งให้ขึ้นต่อได้ในระยะสั้น กลยุทธการลงทุนวันนี้ ยังคง trading ในกรอบ 1,875-1,915 ดอลลาร์ เน้นชอร์ตที่ 1,910-1,915 ดอลลาร์

HuaSengHeng แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,870-1,900 ดอลลาร์ ควรระวังแรงขายในกรณีที่ไม่สามารถยืนเหนือแนวรับ 1,870 ดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นสัญญาณขายกดดันให้ราคาทองอ่อนตัวกลับลงไปยังแนวรับบริเวณ 1,850-1,855 ดอลลาร์ ต่อไป

Traderider ราคาทองคำเช้านี้ กลับมาสู่แนวโน้มขาขึ้นได้อีกครั้งหลังจาก เและกำลังจะกลับมาทดสอบแนว 1900$ อีกครั้ง และ ตอนนี้กราฟมีแนวโน้มที่จะ Breakout เทรนไลน์ขาลงย่อยเพื่อกลับไปทำ เทรนขาขึ้นใหม่ โดยมีโอกาสที่จะ Breakout ออกไปใน แบบ Bull Flag ที่ Time Frame H4

แผนการเทรด ทองคำวันนี้จึงเน้นไปที่การหาจังหวะ Buy แทน เพื่อลุ้นให้กราฟ Breakout 1900$ ขึ้นไปให้ได้

ไปดูข่าวความเคลื่อนไหวอื่นๆ

เช้านี้ กองทุน SPDR GOLD SHARES กองทุนทองคำแท่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ซื้อทองคำเพิ่ม 1.45 ตัน ที่ราคา 1,897 ดอลลาร์ ทำให้ยอดเดือน มิ.ย.บวกเล็กน้อย และทำให้ปีนี้มียอดติดลบประมาณ 126 ตัน ขณะที่ยอดถือครองทองคำของ SPDR รวม  1,044.61  ตัน (อ่านข่าวความเคลื่อนไหว SPDR ก่อนหน้า)

สัญญาทองคำตลาด COMEX  ส่งมอบเดือนส.ค. เมื่อคืนนี้ ปิดที่ 1,896 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 90 เซนต์ หรือ 0.05%  ดดยได้แรงหนุนจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในเดือน พ.ค. ดีดตัวขึ้น 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พุ่งขึ้น 5.0% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2551

ที่ประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรืออัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% และคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.50% คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%  นอกจากนี้ยังคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามโครงการ (PEPP) ที่ระดับ 1.85 ล้านล้านยูโร จนถึงเดือนมี.ค.2565 โดยจะซื้อพันธบัตรในวงเงินเดือนละ 2 หมื่นล้านยูโร

สหพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติของสหรัฐ (NRF) ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของยอดค้าปลีกปี 2564 ของสหรัฐขึ้นสู่ระดับ 10.5% – 13.5% แตะ 4.44 – 4.56 ล้านล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนก.พ.ที่ระบุว่า ยอดค้าปลีกปี 2564 ของสหรัฐจะขยายตัวราว 6.5% – 8.2% คิดเป็นมูลค่าราว 4.33 ล้านล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ NRF ยังปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ปี 2564 ขึ้นสู่ระดับ 7% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 4.4% – 5%  ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ส่วนใหญ่บ่งชี้ว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะขยายตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และขยายตัวต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้”

หมายเหตุ : เนื้อหาข้างต้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อ-ขาย หรือลงทุน หรือเป็นเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ และอาจะไม่สะท้อนถึงความเห็นของ GoldKUB.com ทั้งนี้ทีมงานไม่ยอมรับความผิดในความสูญเสีย และหรือ ความเสียหายที่เกิดจากการใช้ข้อมูลข้างต้น