News Digest : ย่อยข่าวร้อนๆ ในแวดวงทองคำ ประจำวันที่ 18 มิ.ย. 64  สัปดาห์นี้ยังคงเป็นช่วงเวลาแห่งความวิกฤต หลังเมื่อวานนี้ดัชนีดอลลาร์พุ่งแรง ทำให้ราคาทองคำร่วงหนักเกือบ $100 จากจุดสูงสุดที่ $1863 ลงไปแตะ $1,766 ก่อนจะดีดีกลับมาปิดแถว $1773 ถือว่าเป็นการร่วงแรงหลายวันติดกัน ทั้งนี้เป็นเอฟเฟคจากการประชุม FOMC

ขณะที่เช้านี้มีแรงรีบาวด์กลับมาเพียงเล็กน้อยทำให้ราคาทองคำมาเคลื่อนไหวแถว $1785 (ดูกราฟราคาทองคำ) ซึ่งทำให้ภาพโดยรวมของราคาทองคำยังไม่สู้ดีนัก ต้องมาลุ้นว่าปิดตลาดในสัปดาห์นี้ราคาทองคำจะสามารถกลับไปยืนเหนือ $1800 ได้หรือไม่

ขณะที่ทองคำในประเทศก็ร่วงแรงเช้านี้ลดลงอีกบาทละ 350 บาท ทำให้จนถึงขณะนี้ (10.30 น.) ราคาทองคำในสัปดาห์นี้ลดลงไปแล้วถึงบาทละ 1,000 บาท (ดูตารางการเคลื่อนไหวราคาทองคำของสมาคมค้าทองคำ)

ไปดูมุมมองการเคลื่อนไหวของราคาทองคำจากบริษัทค้าทองคำ และนักวิเคราะห์จากเว็ปไซด์ข่าวสารด้านการลงทุนจากในประเทศ

GT Gold  ราคาทองคำร่วงหลุด 1,810 ดอลลาร์ และระดับ 1,800 ดอลลาร์รวดเดียว ลงมาหยุดลงที่ 1,770 ดอลลาร์ แต่ RSI ขึ้นสูงเตือนให้ระวังว่าการปรับขึ้นแค่ชั่วคราวนี้จะลงไปทำ new low คาดกรอบรีบาวด์และช่วงสวิงสร้างฐานจะอยู่ระหว่าง 1,755-1,800 ดอลลาร์

กลยุทธ์การลงทุน ปิดทำกำไรฝั่ง short และรอให้ราคารีบาวด์ขึ้นก่อนค่อยหาจังหวะ short เมื่อเริ่มเห็นการวกกลับลงมา หรือ follow short เมื่อหลุด 1,770 ดอลลาร์ แต่วันนี้เน้นเล่นสั้นจบในวัน ไม่เสี่ยงถือข้ามสัปดาห์

SCT Gold   ราคาทองคำร่วงแรงต่อหลังเงินไหลไปดันค่าเงินสหรัฐฯที่รับข่าวเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด 1 ปี ในทางเทคนิคราคาทองคำยืน $1800 ไม่ได้ ทำให้ทองคำจะเป็นขาลงต่อไป  ภาพรวมราคาทองคำเข้าโหมดพักฐานใหญ่หลังราคาร่วงต่ำกว่า  $1850 อารมณ์ตลาดเป็นลบ โดนกิน STOPLOSS ทั้งกระดาน ดังนั้นจะลุ้นขึ้นก็ต่อมีเพียงรอแรงซื้อให้ดันราคาปิดเหนือ $1800 และดันไป $1830 เท่านั้นจึงจะลบภาพเชิงลบ  นอกเหนือจากนี้ถือว่าทองเป็นขาลง แนวรับถัดไป $1750-60  

กลยุทธ์การลงทุน  ตลาดทองคำลงแรงแบบนี้ต้องลดพอร์ต หรือปรับพอร์ตให้สมดุลไปก่อน โดยความกังวลเรื่องเฟดเมื่อวานยังหลอกหลอนฝั่งซื้อให้ออกนอกตลาด คาดว่าตลาดอาจจะชะลอตกและเริ่มแกว่ง ออกข้างสั้นๆรอปัจจัยข่าวใหม่ แนะเริ่มทยอยเข้าซื้อสำหรับนักลงทุนระยะกลาง ส่วนระยะสั้นปรับพอร์ตใหม่ รอการกลับตัวค่อยเข้าใหม่

YLG ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นหลังจากทิ้งตัวลงแรงต่อเนื่อง อาจเห็นการแกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อสร้างฐานราคา ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 1,771-1,767 ดอลลาร์ จะมีโอกาสดีดตัวขึ้น ทดสอบแนวต้านโซน 1,797-1,803 ดอลลาร์ แต่หากหลุดแนวรับแรก ราคาจะอ่อนตัวลงต่อประเมินแนวรับถัดไปที่ 1,751-1,733 ดอลลาร์

กลยุทธ์การลงทุน เน้นทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว  โดยเสี่ยงเข้าซื้อโซนแนวรับบริเวณ 1,771-1,767 ดอลลาร์ (ตัดขาดทุนหากหลุด) และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,797-1,803 ดอลลาร์

ไปดูข่าวความเคลื่อนไหวอื่นๆ

กองทุน SPDR GOLD SHARES ขายทองคำ ที่ 3.79 ตันที่ระดับราคา 1,773.05 ดอลลาร์ หลังวานนี้ได้ซื้อเข้า 1.17  ตัน ทำให้เดือนนี้ติดลบ  1.22 ตัน และปีนี้ติดลบ 128.75 ตัน เหลือถือครองทองคำแท่ง 1,041.99 ตัน

สัญญาทองคำตลาด COMEX  ส่งมอบเดือนส.ค. เมื่อคืนนี้ปิดที่ 1,774.8  ดอลลาร์ ลดลง 86.6 ดอลลาร์หรือ 4.65 % โดยได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ โดยเมื่อคืนนี้ดัชนีดอลลาร์ พุ่งขึ้น 0.79% แตะที่ 91.8715  ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เมื่อคืนนี้พุ่งขึ้นแตะระดับ 1.594% สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดอ่อนค่าลง หลังดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า จากกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2566 ซึ่งเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ 1 ปี ขณะที่ประธานเฟดเปิดเผยว่ากรรมการเฟดได้เริ่มหารือกันเกี่ยวกับการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE สำหรับ USD Futures เดือนมิ.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 31.30 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.50 บาท/ดอลลาร์

รัฐบาลญี่ปุ่นเผยตัวเลข ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานเดือนพ.ค. ซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารสด ปรับตัวขึ้น 0.1% เพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี โดยได้ปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น และถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญกับภาวะอ่อนแอของราคาผู้บริโภค ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า BOJ จะยังคงนโยบายการเงินไว้ที่ระดับเดิม แต่อาจจะขยายระยะเวลาการใช้โครงการเยียวยาผลกระทบโควิด-19 เพื่อช่วยเหลือบรรดาบริษัทเอกชน

ธนาคารกลางนอร์เวย์ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หากธนาคารกลางนอร์เวย์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามคาดในปีนี้ ทางธนาคารก็จะเป็นธนาคารกลางแห่งแรกในกลุ่มประเทศ G10 ที่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังเผชิญวิกฤตการณ์โควิด-19

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 412,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. และสูงกว่าสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 375,000 ราย

ขณะที่จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องอยู่ที่ระดับ 3.52 ล้านราย ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนลดลง 55,000 ราย สู่ระดับ 3.6 ล้านราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.2563

หมายเหตุ : เนื้อหาข้างต้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อ-ขาย หรือลงทุน หรือเป็นเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ และอาจะไม่สะท้อนถึงความเห็นของ GoldKUB.com ทั้งนี้ทีมงานไม่ยอมรับความผิดในความสูญเสีย และหรือ ความเสียหายที่เกิดจากการใช้ข้อมูลข้างต้น