ราคาทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมายังไม่สามารถกลับไปยืนระดับ 1,800 ดอลลาร์ ได้ โดยราคาได่เคลื่อนไหวผันผวน และทำระดับสูงสุดได้เพียง 1,794 ดอลลาร์เท่านั้น ก่อนจะถูกเทลงมาทำสุดต่ำสุดที่ 1,761 ดอลลาร์ ก่อนจะกลับมาปิดสัปดาห์ที่1,781 ดอลลาร์ (ดูกราฟการเคลื่อนไหวราคาทองคำ)

ปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำยังคงเป็นถ้อนแถลงของ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด และกรรมการเฟด ต่อประเด็นการลด QE และการขึ้นดอกเบี้ยก่อนกำหนด อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์ยังคงเชื่อมั่นว่าราคาทองคำในสัปดาห์ส่งท้ายเดือนมิ.ย.ราคาทองคำจะทะลุกลับมายืนเหนือระดับ 1,800 ดอลลาร์ได้

Phillip Streible chief market strategist Blue Line Futures กล่าวกับ kitco News ว่า ในช่วงที่ผ่านมาความสนใจทั้งหมดถูกเทไปที่ความเป็นไปได้ที่ เฟด จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยสองครั้งในปี 2566 หลังอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง  

Streible มองว่าทั้งหมดเป็นเกมส์ของเฟดในการควบคุมราคาสินค้าโภคภัณฑ์ พร้อมมองว่าต้องใช้เวลาอีกนาน เป้าหมายการจ้างงานแบบเต็มประสิทธิภาพจะใช้เวลานานกว่านั้น จึงมองว่าไม่น่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยสองครั้งในปี 2566  

และทำให้ราคาทองคำยังมีโอกาสฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แต่จะต้องทะลุเหนือ 1,795 ดอลลาร์ เพราะในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเทขายมากเกินไป และเมื่อราคาลดลงจะเป็นช่วงโอกาสที่ดีในการเช้าซื้อเพื่อเป้าหมายในช่วงสิ้นปี

ปธ.เฟด goldkub
ปธ.เฟด goldkub

ขณะที่ Bart Melek head of global strategy TD Securities คาดว่า ราคาทองคำเฉลี่ยในไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 1,790 ดอลลาร์ จากนั้นราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นเรื่อยๆ เพราะหากตัวเลขเงินเฟ้อหรือการจ้างงานยังไม่เป็นไปตามเป้า เฟดก็ไม่สามารถทำตามที่ประกาศได้ และนั่นคือโอกาสที่ดีของราคาทองคำ

ทั้งนี้หากอัตราเงินเฟ้อไม่ได้เป็นไปตามที่เฟดคาดการณ์ ก็อาจจะมีการปรัยนโยบายอีกครั้ง โดยเฉพาะการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในปี 2566 ส่วนราคาทองคำในสัปดาห์สุดท้ายเดือน มิ.ย. Melek มองว่าแนวต้านถัดไปอยู่ที่ประมาณ 1,818 ดอลลาร์ จากนั้น 1,833 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,775 ดอลลาร์

ด้านนายลอว์เรนซ์ ซัมเมอร์ส อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐคาดว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐจะปรับตัวเข้าใกล้ระดับ 5% ในช่วงสิ้นปีนี้ และคาดว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ตามการคาดการณ์เงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น เนื่องจาก มาตรการกระตุ้นด้านการเงินและการคลังขนานใหญ่ และการเปิดเศรษฐกิจจะทำให้เกิดแรงกดดันด้านราคาอย่างมาก  

ทั้งนี้นายซัมเมอร์ส ได้มองตรงกันกันข้ามกับเจเน็ต เยลเลน และ ปธ. เฟด ที่ระบุว่า ภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจะผ่านพ้นไปในไม่ช้านี้

มาดูประเด็นที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้าก็คือ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ วันศุกร์ที่จะถึงนี้  โดย James Knightley chief international economist ING มองว่า ด้วยแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มจะอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน และเศรษฐกิจยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ยังไม่ได้ตามเป้าหมาวยของเฟดคือการจ้างงาน ทำให้ประเด็นนี้จะถูกจับตาและคาดว่าจะเป็นประเด็นสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในระยะต่อไป

นอกจากนั้นยังต้องจับตามอง ตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภค ตัวเลขการขอรับสวัสดิการว่างงานในวันพฤหัสบดี