การซื้อขายทองคำในช่วง 6 เดือนแรกปี 2564 ก็ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ท่ามกลางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากมาย แต่ปัจจัยสำคัญก็คือผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัว โควิด-19 ที่กินเวลามาเกือบจะปีครึ่งแล้ว  

Gary Wagner นักวิเคราะห์ของ Kitco News ได้ระบุในรายงานว่า วันสุดท้ายของการซื้อขายทองคำสำหรับไตรมาสที่สองหรือครึ่งแรกของปี 2564 ได้สิ้นสุดลง ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของทองคำ โดยราคาสัญญาซื้อข่ายทองคำล่วงหน้าปีนี้ที่ 1,954 ดอลลาร์ และมาสิ้นสุดไตรมาส 2 ที่ 1770.60 ดอลลาร์ ทำให้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564ลดลงไป 184 ดอลลาร์ หรือ  9.416%

4  ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทองคำในช่วงครึ่งปีแรกลดลงแรงคือ การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ การพุ่งขึ้นของสกุลเงินดิจิทัล อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ของสหรัฐฯ และตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง

ทั้งนี้วันแรกของปีดัชนีดอลลาร์สหรัฐซื้อขายที่ 89.85 และปัจจุบันอยู่ที่ 92.345 โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 เพิ่มขึ้นประมาณ 2.5 % ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานถือเป็นอีกปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำให้ต่ำลง โดยล่าสุด ADP ระบุว่าในเดือน มิ.ย.ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 692,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณืไว้ที่ระดับ 550,000 ถึง 600,000 ตำแหน่ง

แต่สิ่งที่ทุกคนเฝ้าจับตามองคือ  รายงานการจ้างงานนอกภาคการเกษตร หรือ NFP ของกระทรวงแรงงานสหรัฐในวันศุกร์ ซึ่งส่วนใหญ่ตัวเลขทั้ง 2 ค่อนข้างสอดคล้องกัน โดย NFP เดือน มิ.ย.คาดว่าจะอยู่ที่ 706,000 ตำแหน่ง จากเดือน พ.ค.ที่อยู่ระดับ 559,000 ตำแหน่ง โดยตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจะมาจากการที่ธุรกิจได้เปิดดำเนินการอย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง

ส่วนการคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงครึ่งปีหลักนั้น Gary Wagner ยอมรับว่า คาดเดาได้ยาก เพราะปัจจัยหลักคือแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ร้อนแรง แม้ว่า CPI จะเพิ่มขึ้นแตะ 5% และ PCE ได้เพิ่มขึ้น 3.9% สูงกว่าที่ FED ตั้งเป้าไว้เกือบ 2 เท่า แต่ ปธ.FED ยังคงยืนยันว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงสภาวะชั่วคราวเท่านั้น และจะค่อยลดลงไปเอง

ขอบคุณข้อมูล Kitco news.