เมื่อคืนนี้ราคาทองคำได้ร่วงลงแรง หลุด $1,760 หลังจากการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นการร่วงต่อเนื่องจากช่วงกลางสัปดาห์ที่มีการประกาศตัวเลขการจากงานของภาคเอกชน ทำให้โมเมนตั้มการขยับขึ้นของราคาทองคำต้องชะงักอีกรอบ

ไปดูมุมมองของ Gary Wagner จาก kitco.com ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวระบุว่าหลังที่มีการประกาศตัวเลข NFP ที่เพิ่มขึ้นเกินกว่าที่คาดการณ์ และอัตราการว่างงานลดลงเหลือ 5.4% ทำให้ได้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและ บอนด์ยีลด์พุ่ง  และฉุดให้ราคาทองคำร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดรายวันรายสัปดาห์ในช่วงเจ็ดสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะทำให้ความต้องการทองคำลดลง

ตัวเลขการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังดีขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ดีราครทองคำยังมีแรงหนุนสำคัญจาก การระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า ที่ระบาดในบางรัฐ ประกอบกับตัวเลขเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เป็นตามที่ ปธ.เฟด คาดการณ์ไว้ว่า ตัวเลขเงินเฟ้อดังกล่าวเป็นเพียงชั่วคราวแลจะค่อยๆ ลดลง

ปธ.เฟด goldkub
ปธ.เฟด goldkub

Gary Wagner  ยังระบุว่า Daniel Pavilonis  senior commodities broker RJO Futures ได้กล่าวกับ Anna Golubova  นักข่าวของ Kitco ว่า ตัวเลขการว่างงานที่ดีขึ้นทำให้ดอลลาร์เป็นขาขึ้น และอาจจะผลักดันให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ซึ่งจะไม่ส่งผลดีต่อราคาทองคำ

ตัวเลข  NFP ที่ประกาศออกมาล่าสุด ทำให้นักวิเคราะห์ หลายคนต้องทบทวนการประเมินและแบบจำลองในปัจจุบันเกี่ยวกับราคาทองคำในอนาคต ทั้งนี้หากรายงานตัวเลขการจ้างงานในครั้งต่อไปแข็งแกร่งพอๆ กับรายงานของเดือนกรกฎาคม ก็อาจจะเห็นธนาคารกลางสหรัฐ ปรับเปลี่ยนนโนยบายทางการเงินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทั้งเรื่องของวงเงิน QE และการปรับขึ้นดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม มองว่าหากธนาคารกลางสหรัฐเริ่มลดลง QE เร็วกว่าที่คาดไว้ และหรือขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดแรงกดดันต่อตลาดหุ้นสหรัฐ เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาโดย ดัชนีร่วงลงถึง 10% ของมูลค่าจากระดับสูงสุด และจะทำให้ทองคำ กลับมาสร้างแรงจูงใจใหม่ให้กับนักลงทุน และเพิ่มสัดส่วนของทองคำในพอร์ตการลงทุนอีกครั้ง ในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง

อ้างอิง : kitco.com