นางคริสตาลินา จอร์เจียวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า เงินเฟ้อในสหรัฐมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในไตรมาส 2 โดยปัญหาหลักคือเรื่องห่วงโซ่อุปทาน แต่มองเห็นสัญญาณความคืบหน้าในการแก้ปัญหาในประเด็นดังกล่าวบ้างแล้ว

ส่วนการเคลื่อนไหวของจีน นางจอร์เจียวามองว่าได้มีการยกเลิกนโยบายต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจก่อนเวลาอันควรเล็กน้อย โดยการบริโภคในจีนไม่ได้ปรับตัวขึ้นอย่างที่ควรจะเป็นเพื่อชดเชยภาวะชะงักงันในเศรษฐกิจ อันเกิดจากผลพวงของโรคโควิด-19  แต่จีนสามารถใช้นโยบายทางการคลังในการกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ถึง 5% ซึ่งธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ดำเนินการในทิศทางดังกล่าวบ้างแล้ว และคาดว่าจะมีการออกนโยบายเพิ่มเติมในอนาคต

ก่อนหน้านี้ นางจอร์เจียวาได้ออกมาเตือนว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อจะยิ่งเพิ่มความอันตราย และตอกย้ำความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างชาติที่พัฒนาแล้วและชาติที่กำลังพัฒนา โดยธนาคารกลางสหรัฐและธนาคารกลางแห่งอื่น ๆ ต่างก็รู้ดีว่าจะจัดการกับเงินเฟ้ออย่างไร แต่สิ่งนี้จะต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อตลาดเกิดใหม่ และเพิ่มความเสี่ยงจากความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

ด้าน นางลาเอล เบรนาร์ด หนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟด ผู้ที่คาดว่าจะได้รับคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งรองประธานเฟด แถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐ โดยระบุว่าเฟดมีความพร้อมที่จะขึ้นเงินดอกเบี้ยเพื่อสกัดเฟ้อทันที หลังจากที่โครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ยุติลง ซึ่งการส่งสัญญาณดังกล่าวทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC ในวันที่ 15-16 มี.ค.ที่จะถึงนี้