ผ่านพ้นไตรมาสแรกของปี 2021 ไปเรียบร้อย แม้ว่าราคาทองคำจะสามารถปิดไตรมาสแรกเหนือระดับ 1,700 ดอลลาร์ได้ แต่ราคาได้ลดลงไป 190 ดอลลาร์ หรือประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ จากที่เปิดตลาดช่วงต้นเดือนมกราคมที่ 1,898 ดอลลาร์ และมาปิดไตรมาสแรกที่ 1,707 ดอลลาร์

ปัจจัยที่ฉุดให้ราคาทองคำลดลงอย่างมากในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ อาทิ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 10 ที่เพิ่มขึ้น ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น สกุลเงินดิจิทัลและตลาดตราสารทุนของสหรัฐที่แข็งแกร่ง ดัชนีในตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 3 ตลาด ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องในไตรมาสนี้

นอกจากนั้นยังได้อานิสงค์จากการประกาศแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วง 8 ปี ของ ปธน.โจ ไบเดน ประกอบไปด้วย การพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ,การแจกเงินโดยตรงให้กับชาวอเมริกันผู้สูงอายุและทุพพลภาพ ,การปรับปรุงสาธารณูปโภคเกี่ยวกับน้ำดื่ม , การพัฒนาโครงการสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ควบคู่ไปกับการสร้างและปรับปรุงโรงเรียนต่างๆ , การลงทุนในด้านการผลิต, งานวิจัยและพัฒนา และการฝึกฝนอาชีพให้กับชาวอเมริกัน

ทั้งนี้กเศรษฐศาสตร์มองว่า แผนการลงทุนดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และอาจจะทำให้ศก.ขยายตัวได้มากกว่า 6 % ตามที่ตั้งเป้าไว้ใรปนี้และจะจะกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม เพราะก่อนหน้านี้ ปธน.โจ ไบเดน เพิ่งลงนามในร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีชื่อว่า “American Rescue Plan Act of 2021″ วงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือชาวอเมริกัน และธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก การแพร่ระบาดของ ไวรัส โควิด-19 ไปแล้ว

ขณะที่นักวิคราะห์จากสหรัฐมองว่า แผนงานฉบับใหม่ของ ปธน.ไบเดน จะเป็นการทบทวน และสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้กับชาวอเมริกัน เป็นการลงทุนที่จะสร้างงานหลายล้านตำแหน่ง และวางตำแหน่งของสหรัฐอเมริกาเพื่อแข่งขันกับจีน

อย่างไรก็ตามงบประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ที่จะนำมาใช้อาจจะต้องมาจากการปรับขึ้นภาษีนิติบุคคล ซึ่งอาจจะต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างรุนแรง จากผู้ได้รับผลกระทบรวมถึงฝ่ายนิติบัญญัติของพรรครีพับลิกันทำให้แผนดังกล่าวอาจจะผ่านไปได้ยากขึ้น