องค์การยาแห่งสหภาพยุโรป หรือ EMA ได้ออกแถลงการณ์ หลังตรวจสอบหลักฐานที่มีอยู่ใพบการเกิดลิ่มเลือดที่ผิดปกติในร่างกายของผู้ใหญ่บางรายที่ได้รับวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า พร้อมระบุว่าผู้ที่จะได้รับวัคซีนดังกล่าวจะต้องตระหนักถึงความเสี่ยงเหล่านี้ และให้ความระมัดระวังต่อการเกิดอาการต่างๆ ในร่วงกายช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการฉีดวัคซีน อาทิ อาการหายใจติดขัด อาการปวดหน้าอก อาการบวมที่ขา อาการปวดศรีษะ สายตาพร่ามัว นอกเหนือจากบริเวณที่ได้รับการฉีดวัคซีน รวมทั้งอาการทางระบบประสาทอื่นๆ

ทั้งนี้มีรายงานเพิ่มเติมว่าในช่วงดึกคืนนี้ รัฐมนตรีสาธารณสุขของสหภาพยุโรป เตรียมจัดประชุมเพื่อประเมินความปลอดภัยของวัคซีนดตัวดังกล่าว เพื่อต้องการให้สมาชิกของ EU มีจุดยืนและมีความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับนโยบายการใช้วัคซีนใน EU ไม่ใช่ต้องการป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดพลาด

ขณะที่คณะกรรมการที่ปรึกษาความปลอดภัยด้านวัคซีนขององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกแถลงการณ์โดยระบุว่ากรณีการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันพร้อมกับจำนวนเกล็ดเลือดต่ หลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนนาก้า มีความเป็นไปได้แต่ยังไม่มีการยืนยัน ซึ่งจำเป็นต้องมีการศึกษาเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการฉีดวัคซีน และการเกิดปัจจัย เสี่ยงอื่นๆ อย่างไรก็ดีกรณีที่เกิดขึ้นถือว่ามีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนนาก้า ไปแล้วหลายล้านคนทั่วโลก

ทั้งนี้วัคซีนดังกล่าว ทางบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ได้พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ซึ่งก่อนหน้านี้หลายประเทศใน EU ได้ประกาศระงับการฉีดวัคซีนตัวดังกล่าวไปแล้ว หลังพบรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากอาการแข็งตัวของเลือดที่ผิดปกติ และบางรายมีอาการลิ่มเลือดอุดตันในปอดหลังได้รับวัคซีน

ขอบคุณข้อมูล : อินโฟเควสท์