News Digest : ย่อยข่าวร้อนๆ ในแวดวงทองคำ ประจำวันที่ 31 พ.ค. 64 เช้านี้ราคาทองคำได้ขยับขึ้นจากราคาปิดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคาทองคำพยายามขึ้นไปยืนเหนือ $1912 (จุดสูงสุดของสัปดาห์ที่ผ่านมา ) แต่ยังไม่สำเร็จ  (ดูกราฟราคาทองคำ)

แต่ทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำโดยรวมยังเป็นเชิงบวก แม้ว่าวันนี้จะไม่มีการประกาศตัวเลข ศก.ที่สำคัญ แต่ในสัปดาห์นี้ถือว่าจะต้องจับตาดูว่าราคาทองคำจะรับแรงกดดันจากตัวเลขเลขงานสหรัฐ และตัวเลขดัชนีชี้วัดเงินเฟ้อที่จะประกาศออกมาได้มากน้อยเพียงไร  

ทั้งนี้เป้าแรกของราคาทองคำคือกลับไปเทสต์จุดสูงสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ 1,912 ดอลลาร์ ก่อนที่เป้าหมายต่อไปจะอยู่แถว 1,927 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับแรกจะอยู่แถว 1,900-1,903 ดอลลาร์  ส่วนแนวรับถัดไปจะอยู่แถว 1,890 ดอลลาร์  

ไปดูมุมมองการเคลื่อนไหวของราคาทองคำจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ

SCT Gold มองว่าภาพรวมที่ผ่านมาราคาทองคำขึ้นได้เยอะเพราะเงินเฟ้อ บิทคอยน์ลงและตัวเลขสหรัฐฯหลายๆตัวแย่ คาดว่าสัปดาห์นี้ยังเผชิญความผันผวนของราคา โดยเฉพาะตัวเลขจ้างงาน NFP ที่คาดการณ์ว่าจะสูงขึ้น ทำให้ราคาทองคำในขณะนี้ยิ่งสูงยิ่งหนาว และจะไม่แปลกที่การขึ้นแรงๆ ต่อไปเราอาจจะพบแรงเทขายหนัก เพราะค่าเงินสหรัฐฯก็เริ่มฟื้นตัวให้พอเห็น  โดยมีแนวต้านแถว $1920-30/$1950  

ส่วนกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนระยะสั้นยังแนะนำเข้าซื้อช่วงย่อตัว แล้วรอขายเมื่อดีดขึ้นโซนแนวต้าน ส่วนนักลงทุนระยะกลางจะเหนื่อยหน่อยเพราะเม็ดเงินไหลเข้าทองราคาจึงย่อลงน้อย แต่ก็แนะให้ทยอยซื้อติดมือไปบ้าง ตามทิศทางขึ้นของข่าวบวกทองต่อไปจนกว่าวันประชุม FOMC  กลางเดือนหน้าค่อยปรับแผนหลังทราบท่าทีเฟด

 YLG  แนะกลยุทธ์การลงทุนเน้นเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยมีแนวต้านบริเวณ 1,913 ดอลลาร์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไร และ การเข้าซื้ออาจดูบริเวณแนวรับ 1,890-1,884 ดอลลาร์ หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อไปที่โซนแนวรับถัดไป โดยแนวรับสำคัญจะอยู่ในโซน 1,872 ดอลลาร์ต่อออนซ์

GT Gold  มองว่า ที่ระดับราคา 1,910-1,912 ดอลลาร์ ดูเป็นแนวต้านที่ยังผ่านได้ยาก จึงคาดว่าราคาต้องแกว่งตัวสะสมกำลังก่อน โดยจะพยายามยืนรักษาระดับอยู่เหนือ 1,900 ดอลลาร์ กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ ซื้อสะสมใต้ระดับ 1,902  ดอลลาร์

ไปดูข่าวความเคลื่อนไหวอื่นๆ

ผลสำรวจ GRC Gold Survey ทิศทางราคาทองคำในประเทศรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 31 พ.ค. – 4 มิ.ย.64 โดย ศูนย์วิจัยทองคำ ผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำ 9 คน จาก 14 คน ที่ได้มีส่วนร่วมตอบแบบ คาดว่าราคาทองคำจะปรับเพิ่มขึ้น 2 คน คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ 3 คนคาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา

ส่วนนักลงทุนทองคำ 380 ราย ได้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจ  252 ราย คาดว่าราคาทองคำจะปรับเพิ่มขึ้น 67 ราย คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ 61 ราย คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

ผลการสำรวจราคาทองคำของ Kitco นักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทที่ร่วมแสดงความเห็นรวม 14 คน 57% มองว่าราคาทองคำเป็นขาขึ้น  21.5% เป็นขาลงและอีก 21.5% ขยับไม่มาก ส่วนนักลงทุนรายย่อยที่ร่วมแสดงความเห็น 1,236 ราย 67% เป็นขาขึ้น 17% เป็นขาลงและ 16% เป็นกลาง(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม..)

นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เผยแผนงบประมาณปี 2565 ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะทำให้สหรัฐเป็นหนี้ที่สูงกว่าขนาดของเศรษฐกิจของสหรัฐ แต่จะไม่ทำให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งนางเยลเลนมองว่าจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว ซึ่งทำเนียบขาวและกระทรวงการคลังกำลังจับตาดูภาวะเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 31.20-31.40 บาท/ดอลลาร์ หลังเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา  เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ขานรับการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ โดยดัชนีราคา PCE พื้นฐานของสหรัฐเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบรายปี สำหรับ USD Futures เดือนมิ.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 31.20 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.40 บาท/ดอลลาร์

ส่วนประเด็นที่น่าจับตามองในสัปดาห์นี้ วันที่ 1 มิ.ย. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนพ.ค.จากมาร์กิต  ดัชนีภาคการผลิตเดือนพ.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM)  

วันที่ 3 มิ.ย. ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนพ.ค.จาก ADP จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนพ.ค.จากมาร์กิต ดัชนีภาคบริการเดือนพ.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) และวันที่ 4 มิ.ย.  ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค.และ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนเม.ย.

หมายเหตุ : เนื้อหาข้างต้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อ-ขาย หรือลงทุน หรือเป็นเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ และอาจะไม่สะท้อนถึงความเห็นของ GoldKUB.com ทั้งนี้ทีมงานไม่ยอมรับความผิดในความสูญเสีย และหรือ ความเสียหายที่เกิดจากการใช้ข้อมูลข้างต้น