News Digest : ย่อยข่าวร้อนๆ ในแวดวงทองคำ ประจำวันที่ 8 มิ.ย. 64  เช้านี้ราคาทองคำพยายามกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1,902 ดอลลาร์แต่ไม่สำเร็จ ก่อนกลับมาเคลื่อนไหวแนวเส้นค่าเฉลี่ย (ดูกราฟราคาทองคำ) คาดว่าในวันนี้อาจจะกลับขึ้นไปทดสอบใหม่ หากยืนได้ เป้าต่อไปอยู่ที่  1,909 ดอลลาร์  จุดสูงสุดเดิมที่  1,916 ดอลลาร์ และ 1921 ดอลลาร์  หากไม่ผ่านอาจจะลงแนวรับแถว 1,880 และ 1,873 ดอลลาร์

ไปดูมุมมองการเคลื่อนไหวของราคาทองคำจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ

GT Gold : การทะลุผ่านขึ้นมาอยู่เหนือแนวเส้นกดขาลงของราคาทองคำ ทำให้คาดการณ์ทิศทางราคาได้ยากมากขึ้น และถ้าหากวันนี้ยืนไม่หลุด 1,900 ดอลลาร์ ก็มีโอกาสที่ระยะถัดไปจะขึ้นเกิน 1,915 ดอลลาร์ หรือ ทรงตัวในกรอบ 1,875-1,915 ดอลลาร์ หรือ มีโอกาสลงหลุด 1,850 ดอลลาร์ ได้พอ ๆ กัน ขณะที่ RSI ร่วงลงไปแล้วพุ่งแรงกลับขึ้นมาอยู่ในเขต overbought ถือเป็นแรงบวกต่อราคาในระยะสั้น  กลยุทธ์วันนี้ ดักชอร์ตที่ 1,910-1,915 ดอลลาร์

YLG  แม้ราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นค่อนข้างจำกัด แต่ระยะสั้นหากพยายามจะดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านระดับ 1,912-1,917 ดอลลาร์ แต่หากไม่สามารถยืนได้อย่างมั่นคง จะเกิดแรงขายกดดันให้ราคาลงมาสู่ 1,889-1,873 ดอลลาร์เพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง แนะนำเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,889-1,873 ดอลลาร์ได้ และทยอยปิดสถานะทำกำไรบางส่วนหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,912-1,917 ดอลลาร์

SCT Gold :  ราคาทองคำเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวแดนบวกหลังตกหนักเมื่อสัปดาห์ก่อน เพียงแต่ราคาทองคำที่วิ่งขึ้นมานานยังขาดการพักฐานที่มีนัยยะ นักลงทุนจึงเริ่มลังเลและรอคอยดัชนีเงินเฟ้อสหรัฐฯคืนวันพฤหัสนี้เป็นตัวแปรที่สำคัญต่อการประชุม FOMC และแนวโน้มราคาทองในเดือนนี้ ภาพรวมทองแกว่งออกข้างในกรอบ $1870-1903 รอความชัดเจนจากข่าวอีกที

กลยุทธ์การลงทุน  : ราคาทองคำพักฐานสะสมพลัง ตราบใดทองไม่ต่ำกว่า $1855 ยังให้น้ำหนักทางบวกต่อ โดยเฉพาะหากราคายืน $1900 ได้ชัดๆ ก็จะมีแรงซื้อตามได้ กลยุทธ์ทั้งระยะสั้นและกลางยังแนะทางซื้อช่วงย่อตัวและคัทถ้าราคาปิดต่ำกว่า $1850

ไปดูข่าวความเคลื่อนไหวอื่นๆ

กองทุน SPDR GOLD SHARES เปิดฉากขายทองคำอีก โดยเช้านี้ขายทองคำออก 5.83  ตันที่ 1,898.85 ดอลลาร์ ทำให้เดือน มิ.ย.เริ่มติดลบหลังเดือนที่แล้วยอมรวมบวกทุกสัปดาห์ ทำให้ปีนี้มียอดติดลบประมาณ 133  ตัน ขณะที่ยอดถือครองทองคำของ SPDR รวม  1,037.33  ตัน (อ่านข่าวความเคลื่อนไหว SPDR ก่อนหน้า)

สัญญาทองคำตลาด COMEX  ส่งมอบเดือนส.ค. ปิดที่ 1,898.8 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6.8 ดอลลาร์ หรือ 0.36% หลังดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.21% เมื่อคืนนี้แตะที่ 89.9510 แต่ราคาทองคำโดยฉุดจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 1.574% ทั้งนี้นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ของสหรัฐเดือนพ.ค.ในวันพฤหัสบดีนี้ โดยคาดว่าจะพุ่งขึ้น 4.7% หลังจากดีดตัวขึ้น 4.2% ในเดือนเม.ย. มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551

วุฒิสมาชิกสหรัฐสังกัดพรรครีพับลิกันหลายรายได้คัดค้านข้อตกลงเพื่อการปฏิรูประบบภาษีโลกที่ได้รับการเห็นชอบจากบรรดารัฐมนตรีคลังของกลุ่ม G7 ซึ่งรวมถึงรัฐมนตรีคลังสหรัฐ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม..) โดยนายจอห์น บาร์ราสโซ วุฒิสมาชิกสหรัฐสังกัดพรรครีพับลิกัน ระบุ ข้อตกลงดังกล่าวไม่เอื้ออำนวยต่อการแข่งขัน  

อีกทั้งยังจะทำให้เศรษฐกิจเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่สหรัฐกำลังฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-19  มีรายงานว่าสหรัฐอาจต้องทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศฉบับใหม่เพื่อการนี้ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากวุฒิสมาชิกเป็นสัดส่วนสองในสามจากทั้งหมด 100 ราย โดยวุฒิสภาสหรัฐนั้นมาจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครตเป็นสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง จึงทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของข้อตกลงดังกล่าว

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย หลังเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง นอกจากนี้เงินบาทยังมีปัจจัยจากการกระจายวัคซีนป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ สำหรับ USD Futures เดือนมิ.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 31.15 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.25 บาท/ดอลลาร์

สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2564 หดตัวลง 3.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งดีกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระบุว่าหดตัวลง 5.1% และเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส โดย GDP ไตรมาส 1 หดตัวลง 1% ซึ่งดีกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระบุว่าหดตัวลง 1.3%

“โดนัลด์ ทรัมป์” ทวิตโจมตีบิตคอยน์ว่าเป็นสิ่งหลอกลวง ไม่ใช่เงิน และมีความผันผวนสูง แทบไม่มีมูลค่าอะไรเลย และแย่งความสำคัญของดอลลาร์ พร้อมระบุสกุลเงินของโลกควรจะเป็นดอลลาร์ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆออกกฎระเบียบควบคุมบิตคอยน์

ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ระบุว่า สหรัฐมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เฉลี่ย 14,410 รายต่อวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐ นอกจากนี้จำนวนผู้ติดเชื้อเฉลี่ยต่อวันลดลง 5% หรือมากกว่านั้นใน 44 รัฐในสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งนี้รัฐบาลสหรัฐได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ชาวอเมริกันทั่วประเทศจำนวนราว 960,000 รายในแต่ละวัน ส่งผลให้ขณะนี้ชาวอเมริกันจำนวนมากกว่า 50% ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส ขณะที่ 42% ได้รับการฉีดครบโดสแล้ว

เมืองสำคัญของอินเดียเปิดดำเนินธุรกิจอีกครั้งในวันนี้ โดยในกรุงนิวเดลีเริ่มมีรถวิ่งอีกครั้งหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 ที่คร่าชีวิตผู้คนไปหลายแสนคน ทั้งนี้มุขมนตรีแห่งกรุงนิวเดลี สั่งการให้ร้านค้าครึ่งหนึ่งในกรุงนิวเดลีสลับกันเปิดในวันคู่และวันคี่เพื่อจำกัดจำนวนคนแต่ ห้ามรับประทานอาหารที่ร้าน นอกจากนั้นอนุญาตให้สำนักงานและเครือข่ายรถไฟใต้ดินของกรุงนิวเดลีให้บริการ 50% จากปริมาณสูงสุดที่รองรับได้ ด้านรัฐมหาราษฏระ อนุญาตให้ธุรกิจต่างๆ เปิดให้บริการได้จนถึงช่วงบ่าย โดยให้พนักงานมาทำงานเพียงครึ่งเดียว พร้อมเปิดยิม ร้านเสริมสวย และสปาอีกครั้ง ขณะที่โรงภาพยนตร์และศูนย์การค้ายังปิดให้บริการอยู่

ตัวเลขศก.สำคัญของสหรัฐที่จะประกาศใน วันที่ 8 มิ.ย. ดุลการค้าเดือนเม.ย. และ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน  เดือนเม.ย.

หมายเหตุ : เนื้อหาข้างต้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อ-ขาย หรือลงทุน หรือเป็นเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ และอาจะไม่สะท้อนถึงความเห็นของ GoldKUB.com ทั้งนี้ทีมงานไม่ยอมรับความผิดในความสูญเสีย และหรือ ความเสียหายที่เกิดจากการใช้ข้อมูลข้างต้น