มาดูทิศทางเงินบาทในวันนี้ (14 ก,ค,) คาดอ่อนค่าลง โดยเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 32.67 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากปิดตลาดวานเย็นนี้ที่ระดับ 32.62 บาท/ดอลลาร์ หลังเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิ.ย.ที่พุ่งขึ้นเกินคาด หนุนคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

นอกจากนั้นยังต้องติดตามการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในระดับที่สูงอยู่ โดยมีผู้ติดเชื้อ รวม 9,317 ราย เสียชีวิต 87 ราย

สำหรับ USD Futures เดือนก.ย.2564 คาดจะมีแนวรับที่ 32.50 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 32.70-32.75 บาท/ดอลลาร์

มาดูการตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ประกาศเมื่อคืนนี้ โดยดัชนี CPI เดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบรายเดือน สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2551 และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 0.5% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนพ.ค.

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พุ่งขึ้น 5.4% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2551 และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 5.0% หลังจากเพิ่มขึ้น 5.0% ในเดือนพ.ค.

ทั้งนี้หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานพุ่งขึ้น 0.9% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนพ.ค.และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานพุ่งขึ้น 4.5% ในเดือนมิ.ย. สูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2534 สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.8% หลังจากเพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนพ.ค.

ทั้งนี้จากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงเกินคาดมาก ทำให้มีมุมมองที่แตกต่างกันไปทั้งในหมู่นักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์   โดยบางคนมองว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจะหนุนราคาทองคำต่อไป แต่ก็มีบางคนตั้งมองแย้ง โดยมองว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐต้องปรับอัตราดอกเบี้ยให้เร็วกว่าที่กำหนดไว้ โดยคาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงสิ้นปี 2565 หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกิน ม.ค.2566

แม้กระทั่งในกลุ่มกรรมการเฟด ก็ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน โดยประธาน Fed สาขาเซนต์หลุยส์ เชื่อว่าถึงเวลาต้องลด QE แล้ว แต่ประธาน Fed สาขาซานฟรานซิสโกและนิวยอร์ก มองว่ายังเร็วเกินไปที่เศรษฐกิจจะรับผลลบจากการถอนมาตรการกระตุ้นได้ อย่างไรก็ตามก็มีนักเศรษฐศาสตร์อีกหลายคนมีความคิดเห็นเช่นเดียวกับ ปธ.เฟด ที่มองว่าเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้นและจะค่อยปรับตัวดีขึ้น

ทำให้ในช่วงดึกวันนี้(14 ก.ค.) ตามเวลาในประเทศไทยต้องจับตา นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎร และจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา ในช่วงค่ำวันที่ 15 ก.ค.ตามเวลาไทย ว่าจะมีมุมมองต่ออัตราเงินเฟ้ออย่างไร และจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินอย่างไร จะลด QE หรือขึ้น อัตราดอกเบี้ยหรือไม่